Water Balance

การปรับสมดุลด้านน้ำเย็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปรับอากาศในพื้นที่ปรับอากาศ

ระบบน้ำในระบบปรับอากาศแบ่งได้เป็นสองส่วนหลัก คือ ส่วนน้ำเย็น และส่วนน้ำระบายความร้อน ทั้งสองส่วนมีหลักและเป้าหมายในการออกแบบเหมือนกัน คือ ส่งความร้อนหรือความเย็นจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยทางด้านน้ำเย็นเป็นการนำความร้อนจากเครื่องส่งลมเย็นไปยังชิลเลอร์ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่าเป็นการนำความเย็นจากชิลเลอร์ไปยังเครื่องส่งลมเย็น และทางด้านน้ำระบายความร้อนเป็นการนำความร้อนจากชิลเลอร์ไปยังหอระบายความร้อน     ถึงแม้ว่าระบบน้ำของระบบปรับอากาศจะได้รับการออกแบบ และติดตั้งอย่างดี แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องทำการปรับสมดุล เพื่อจำกัดไม่ให้น้ำมีอัตราไหลเกินในเครื่องปรับอากาศบางเครื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดอัตราไหลขาดในบางเครื่อง การปรับสมดุลจะใช้วาล์วปรับสมดุลในการจำกัดอัตราไหลซึ่งสามารถคำนวณรอบวาล์วได้ก่อนลงมือปรับสมดุล แต่อย่างไรก็ตามยังมีความจำเป็นต้องปรับสมดุลที่หน้างานด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเหตุผลต่อไปนี้

 

    1. ไม่สามารถคำนวณความดันลดได้อย่างแม่นยำ และพารามิเตอร์ที่ใช้ในการคำนวณบางตัวเป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น เช่น ความหยาบของผนังท่อด้านใน (Pipe roughness)
    2. โดยปรกติแล้วการติดตั้งจริงจะมีส่วนที่ไม่ตรงกับแบบที่ใช้ในการคำนวณ
    3. ค่าความดันลดในคอยล์เย็น วาล์ว และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้อุปกรณ์แต่ละยี่ห้อ และโดยทั่วไม่จะไม่ทราบตั้งแต่ในขั้นแรกจนกว่าจะมีการเลือกยี่ห้ออุปกรณ์
    4. ไม่สามารถเลือกวาล์วควบคุมให้มีค่าความดันลดเท่ากับที่คำนวณได้ เนื่องจากผู้ผลิตไม่สามารถผลิตวาล์วให้มีค่า Cv (ความสัมประสิทธิ์ของวาล์ว)ตามต้องการได้ทุกค่า

 

 

 

สาเหตุปัญหาส่วนที่เกิดขึ้นในระบบปรับอากาศของอาคารสำนักงานหรือโรงงาน คือ พื้นที่ปรับอากาศในบางส่วนบางจุดโดยเฉพาะ พื้นที่ที่เครื่องส่งลมเย็นติดตั้งอยู่ส่วนปลายของท่อส่งน้ำเย็น (Main Riser) ทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นไม่เพียงพอ ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาคือการต่อเติมเพิ่มชุดส่งลมเย็นโดยที่ระบบการส่งลมในทั้งระบบยังไม่ได้ดำเนินการปรับสมดุลน้ำเย็นและยังไม่ได้ติดตั้งวาล์วปรับปริมาณน้ำเย็น (Balancing Valve)   ถ้าหากระบบไม่ได้รับการปรับสมดุล จะมีอัตราไหลเกินในบางจุดของระบบ ซึ่งจะส่งผลให้บางจุดมีอัตราไหลไม่เพียงพอ ผลที่ตามมาคือ ระบบปรับอากาศจะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ โดยเฉพาะในจุดที่มีอัตราไหลขาด เครื่องส่งลมเย็นจะไม่สามารถจ่ายความเย็นได้อย่างเพียงพอ สำหรับจุดที่มีอัตราไหลเกินซึ่งจะเย็นเกินไป วาล์วควบคุมจะหรี่อย่างมาก ทำให้เกิดเสียงดังและวาล์วสึกหรออย่างรวดเร็ว ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงานคือ การปรับอุณหภูมิภายในพื้นที่ทำงานแต่ละพื้นที่ จะปรับอยู่ในค่าเดียวกัน คือถ้าอุณหภูมิในพื้นไม่เท่ากันทำให้ต้องปรับอุณหภูมิให้ลดลงให้พื้นที่อากาศเย็นขึ้น เป็นผลทำให้เป็นการเพิ่มโหลดของเครื่องทำความเย็น นั่นคือการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น

 

 

สำหรับเครื่องส่งลมเย็นที่ระบายความร้อนด้วยน้ำนั้น โดยหลักการก็ควรทำการปรับสมดุลน้ำหล่อเย็นให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน จากประสบการณ์พบว่าการปรับค่าโดยการวัดแรงดันน้ำหล่อเย็นตกคร่อมเครื่องส่งลมเย็นจะพบปัญหาการปรับแต่งได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากความเพี้ยนซึ่งเกิดจากการอ่านค่าจากเกจ์วัดแรงดันหรือการอุดตันในจุดที่ตรวจวัดเนื่องจากตะกอนในน้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถปรับสมดุลได้ หรือการปรับแต่งด้วยการใช้เครื่องมือวัดแรงดันตกคร่อมวาล์วจะพบปัญหาอีกอย่างคือการอุดตันของช่องตรวจวัดที่วาล์วปรับสมดุล เป็นต้น ซึ่งผลของการปรับแต่งนี้ทำให้เครื่องส่งลมเย็นบางเครื่องไม่สามารถทำงานได้ โดยผู้ใช้งานอาจจะเข้าใจผิดว่าเกิดจากความผิดปกติของเครื่องปรับอากาศ

สำหรับหอผึ่งเย็นในระบบระบายความร้อนที่มีหลายเครื่องอยู่ในระบบ บางครั้งพบว่าหากเกิดการไม่สมดุลของน้ำหล่อเย็นเราจะพบปัญหาเมื่อภาระความร้อนในระบบลดลง ผู้ใช้งานเครื่องจะทำการลดเครื่องสูบน้ำลงและเลือกขนาดของหอผึ่งเย็นที่เหมาะสมในการทำงาน สำหรับการปรับสมดุลที่ไม่เหมาะสมอาจจะทำให้ไม่สามารถเปิดใช้งานหอผึ่งเย็นขนาดเล็กได้ จึงจำเป็นต้องเลือกใช้งานเครื่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน

 

 

 

 

 

Site  Reference

การท่าอากาศยานภูเก็ต

 

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3

ธนาคารทหารไทยสำนักงานใหญ่

ธนาคารนครหลวงไทยสำนักสวนมะลิ

โรงแรมดีทู(พัทยา)

โรงแรมบายันทรี(สาธร) ฯลฯ

About us

Vision & MissionSample Image

S Power Team ผู้นำในการให้คำปรึกษา, ออกแบบระบบการใช้พลังงาน, บริการจัดการ และจัดหาอุปกรณ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน โดยให้บริการอย่างครบวงจร

บริษัท เอส พาวเวอร์ ทีม จำกัด 1471/20 ซ.พัฒนาการ 31/1 ถนนพัฒนาการ สวนหลวง สวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250 ประเทศไทย Tel:02-3128792-3 Fax:02-3128794